วันที่ 3 ทั้งสบาย หน่วง ห่วงหาและอาวร

หลังจากผ่านพ้นมาได้ 2 วัน ทุกอย่างก็เหมือนจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ แจ๊ะดำ กินข้าว ป้อนยา ได้อย่างสบายโดยไม่ต้องออกแรงบังคับขู่เข็ญให้มากนัก เดิน เหิร วิ่งเล่นได้เกือบเป็นปกติแล้ว เราเองก็มีความรู้สึกอยากจะปล่อยให้มันได้ออกไปท่องในดินแดนของมันได้อย่างเต็มที่แล้วเหมือนกัน แต่พันธนาการที่ค้ำคอมันอยู่นั้นก็ยังให้อดห่วงอยู่ไม่ได้

เช้าวันที่ 3 ตื่นก่อนนาฬิการปลุกเหมือนเดิม จริงๆ อาจจะเรียกว่ายังไม่ได้นอนก็ว่าได้ เพราะตอนก่อนนอนลากเบาะนอนแจ๊ะดำ มาไว้ในห้องนอนตัวเอง ไม่อยากให้มันต้องไปต่อสู่กับตัวเองในกรงอีก ตอนนอนก็หลับตื่นๆ ทั้งเสียงที่มันร้อง เสียงที่มันเดิน ปลุกให้เราต้องตื่นอยู่ตลอดเวลา จนเช้าแม่มาพาแจ๊ะดำออกไป ช่วงเวลาของการนอนจริงๆ จึงได้เริ่มต้นขึ้น

วันนี้เป็นวันศุกร์ หลังจากการหยุดเรียนมา 2 วัน มีเรียนตัวหนึ่งตอนบ่ายสองครึ่ง ในใจก็คิดว่าก่อนออกไปจะฝากแจ๊ะดำไว้กับกรงเหล็กสัก 2 ชั่วโมง แล้วจะรีบกลับมาเปิดออก แต่สุดท้ายแจ๊ะดำเหมือนหลอกให้ตายใจ ตอนแรกก็นั่งๆ นอนๆ แถวๆที่นั่งเล่นคอม พอเบื่อๆ ก็เดินออกไปเล่นนอกบ้าน ตอนนั้นก็ยังวุ่นๆ กับ drupal จากที่จะปล่อยไว้แป๊ปเดียวก็กลายเป็นนานไม่รู้เท่าไหร่ ชะเง้อคอมองออกไปผ่านหน้าต่างอีกที่ เป้าหมายก็เคลื่อนที่ไปเสียแล้ว

นอกจากเราแล้ววันนี้มีป้า มาร่วมปวดหัวอีกคน จริงๆ ป้าก็อาจไม่ใส่ใจเท่าไหร่หรอก ถ้าไม่เห็นเราเดินวนไป วนมาหาแจ๊ะดำตั้งหลายนาที หลังจากค้นหาดูจนทั่วแล้ว วันนี้ต้องยอมรับจริงๆ ว่าหมดกำลังใจในค้นหาต่อ อาจจะเป็นเพราะภารกิจที่เหลืออีก 2 ชั่วโมงข้างหน้า กับ module ใน drupal ที่ติดตั้งยังไงก็ไม่ได้สักที เลยตัดใจปล่อยจำเลยให้ลอยนวลชั่วคราว

หลังเลิกเรียนโทรกลับหาแม่ ปรากฏว่าเสียงในสายตอบรับมาว่า “แจ๊ะดำ กลับมาแล้ว ป้าจับขังในกรงเรียบร้อย” เฮ่ออ !! โล่งไปอีกวัน กลับถึงบ้านตอน 6 โมงกว่าๆ แจ๊ะดำก็ประจำการที่เดิม เหมือนตลอดทั้งวันไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น

พรุ่งนี้จะเป็นวันล้างแผลครั้ง 2 ในใจตอนนี้ภาวนาอยู่ 2 อย่าง คือ 1 อย่าให้แจ๊ะดำออกไปไหนอีกก่อนไปหาหมอ และ 2 ขอให้แผลแห้งและติดกันโดยเร็ว ให้วันที่ 4 วันกินยาแก้ปวดเม็ดสุดท้าย ไม่ต้องปวดหัวเหมือนวันอื่นๆ ที่ผ่านมา

สวัสดี

Jpeg

ยืนเลียแข้ง เลียขาได้แล้ว

Jpeg

สู้ต๋ายย เจ้าาา

Advertisements

วันที่ 2 วันสิ้นโลก (ส่วนตัว)

วันที่ 2 หลังจากการผ่าตัด นับตั้งแต่เช้าตื่นขึ้นมาจนถึงตอนนี้ ต้องบอกเลยว่าเป็นวันที่วุ่นวาย และโกลาหลไปหมด ความสบายที่คิดไว้ตอนแรกไม่เคยผ่านมาให้เห็นเลย แจ๊ะดำ นำเรื่องปวดหัวมาให้ตลอดทั้งวันแบบต่อเนื่อง ไม่ให้เว้นวรรคกันเลยทีเดียว

เริ่มต้นตั้งแต่เช้าของวันนี้ เสียงปลุกของแม่ทำเอาช่วงเวลาของพักผ่อนสิ้นสุดลง สิ่งที่แม่รีบวิ่งเข้ามาบอกนั้นเป็นภาพที่แจ๊ะดำ กำลังร้องด้วยเสียงที่อิดโรย บวกกับปอกคอกันเลียเพื่อนใหม่หลุดออกจากคอ คงเป็นผลมาจากการดิ้นตลอดทั้งคืนตอนอยู่ในกรง พอมาเห็นเข้ารีบแกะเชือกมันกรง ตามด้วยแกะเชือกที่มัดคอ แล้วค่อยๆ ร้อยๆ ปลอกคอกันเลียเข้าไปด้วยกันใหม่ สภาพปลอกคอจนถึงตอนนี้บอกได้เลยว่าเหมือนสงครามมายังไงอย่างงั้น

เสียงนาฬิกาปลุกยังไม่ดังขึ้นสักรอบเลย ตอนนี้ต้องมาเป็นพี่เลี้ยงเฝ้าแจ๊ะดำ หลังออกจากกรง ใจหนึ่งก็อยากให้มันออกมาจากกรงกลัวมันจะเครียดเกินไป อีกใจหนึ่งก็กังวลว่ามันวิ่งไปนุ่นมานี่ กระโดดขึ้นโต๊ะขึ้นตั้งอาจทำให้แผลฉีกได้ อีกอย่างวันนี้หมอนัดไปล้างแผลวันแรก ถ้ามันหายไปคงปวดหัวน่าดู สุดท้ายก็เลยต้องคอยเดินตามเฝ้าดูอยู่ตลอด จนไม่เป็นอันนอนเอาเสียเลย

หลังจากกินข้าว แล้วป้อนยาเสร็จ กะว่าจะล้างกรงให้หน่อย เพราะกลิ่นกรงที่ได้มาจากลุงนั้น เดิมทีเป็นกรงหมา กับกลิ่นฝุ่นเก่าๆ ในใจตอนนั้นก็คิดว่าแจ๊ะดำ อาจจะไม่อยากนอนเพราะกลิ่นเหล่านี้หรือเปล่ายิ่งเป็นแมวที่แสนจะรักสะอาดเสียยิ่งกระไร ไม่รอช้า กันแจ๊ะดำไว้ในบ้าน ล็อกประตูหน้าต่างทุกบาน รีบลงมือซักฟอกกรงเหล็กให้สะอาดสะอ้าน ทันใดเสียง “ปั้ง” ก็ดังมาจากห้องครัว เอาแล้ว! แจ๊ะดำขึ้นเพดานอีกแน่ๆ รีบวิ่งเข้ามาดูในบ้าน หมอนนอนเหลือรอยร่างแมวเอาไว้ รีบวิ่งไปดูหลังบ้าน ต่อเก้าอี้ขึ้นไปดูบนช่องเพดาน ก็หาไม่เจอ ตอนนั้นเห็นยายกำลังเอื้อมมือไปปิดประตู แล้วแกก็บอกมาด้วยเสียงเบาๆ ว่า “เปิดให้แมวมันออก”

โอ้ยย!! อะไรมันจะมาประจวบเหมาะกันขนาดนั้น กะว่าล้างกรงเสร็จ เดี๋ยวก็จะพาไปล้างแผล นี่ต้องมาออกตามหาอีก วิ่งดูรอบบ้าน ใต้โต๊ะ พุ่มไม้ ที่ไหนก็ไม่เจอ เจอก็แต่ แจ๊ะนุ้ย ที่ไม่รู้ประสีประสากับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย หลังจากเสียงปั้ง ใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมงในการค้นหา สุดท้ายไปเจอแจ๊ะดำนอนเฝ้าศาลตายายของคนข้างบ้าน วินาทีนั้นดีใจยิ่งกว่าได้เพชรเม็ดงามเสียอีก

11 โมงนิดๆ รีบยัดแจ๊ะดำใส่กระเป๋าไปล้างแผล ปอกคอกันเลียทำให้พื้นที่ในกระเป๋าเหลือน้อยลง บวกกับเสียงรถราที่วิ่งกันเสียงดัง ไปโรงพยาบาลคราวนี้ แจ๊ะดำส่งเสียร้องโวยวายตลอดทางไม่ขาดสาย ในความวุ่นวายที่เกิดขึ้นยังมีความโชคดีอยู่ หมดที่ล้างแผลบอกว่าแผลอยู่ในสภาพที่ดีไม่มีฉีกขาด ซึ่งเป็นสิ่งเกินคาดเสียจริงๆ เมื่อเห็นวีรกรรมที่ผ่านมา

ล้างแผลเสร็จเหมือนภารกิจ ลุล่วงไปได้เกือบครึ่งทาง ที่เหลือตลอดทั้งๆ วัน ก็นั่งๆ นอนๆ อยู่แถวในบ้านไม่ไปไหน ตอนเขียนโพสต์นี้มาจนถึงบรรทัดนี้ แจ๊ะดำ ก็ยังนอนอยู่ที่เดิม และก็ภาวนาให้นอนอยู่ที่เดิม ไม่ขัดจังหวะการนอนจนถึงเช้าในวันใหม่

สวัสดี

Jpeg

ปอกคอกันเลียสภาพยับเยิน

Jpeg

ยังไหวๆๆๆๆ

วันแรกหลังจาก “ดำ” ผ่าตัดมดลูกอักเสบ

โพสต์ที่กำลังจะเริ่มเขียนนับตั้งแต่นี้ไป อีกช่วงระยะเวลา 1 อาทิตย์ ขอเป็นโพสต์ที่ระบายความอัดอั้นตันใจ และบันทึกเรื่องราวของการเอาแมวไปรักษาด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ดำเนินการทุกอย่างด้วยตนเองหมดตั้งแต่ค้นหาอาการ แบกใส่กระเป๋าไปหาหมอ แบกกลับมาอยู่บ้าน วิ่งหากรง กรอกยา และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วนที่กำลังจะถาโถมเข้ามา

เรื่องมันเริ่มตั้งแต่ “ดำ” บางทีก็เรียก “แจ๊ะดำ” มีหนองขุ่นๆ สีขาวๆ ออกบริเวณโคนหาง ตอนแรกเข้าใจว่าอาจเป็นหนองของแผลที่เกิดจากการที่มันไปฟัดเหวี่ยงกับแมวตัวอื่นที่ไหนมา นานวันเข้าหนองก็ยังไม่หยุดไหล สังเกตไปเห็นเข้าอีกทีปรากฏว่าจริงๆ แล้วหนองไม่ไหลจากโคนหางแต่มันไหลออกมาจากอวัยวะเพศของมันต่างหาก จากนั้นก็ลองหาข้อมูลดู เอาจริงๆ ความรู้สึกแว๊บแรกที่หน้า Google แสดงผลการค้นหามารู้สึกหนักหน่วงในดวงใจขึ้นมาทันใด มดลูกอักเสบ คือผลการค้นหาที่ใกล้เคียงกับอาการของแจ๊ะดำมากที่สุด

พอรู้เข้าเราเองก็ยังไม่กล้าพามันไปหาหมอ ก็ด้วยปัจจัยและเหตุผลหลายๆ อย่างทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย จะแบกมันไปหาหมอยังไง ในเมื่อพ่อกับแม่ทำท่าที่เหมือนไม่สนใจในสิ่งที่เรากำลังบอก เป็นช่วงเวลาประมาณเกือบอาทิตย์กว่าๆ นับตั้งแต่วันแรกที่รู้อาการของมัน

พอมาถึงจุดหนึ่งที่เราคิดว่าใครๆ ก็พึ่งไม่ได้สุดท้ายเราก็คงต้อง อัตตหิ อัตตโน นาโถ แล้วหละ ยอมเสียค่าขนมวันละ 100 เพื่อเก็บเป็นค่ารักษา ซึ่งจากการสอบถามไปยังโรงพยาบาลสัตว์หลายๆแห่ง ราคาค่าผ่าตัด+ค่ารักษา จะตกอยู่ที่ 2500 -3000 เราเก็บผอมรอมริบมาได้ 7 วัน ได้เงินมาประมาณ 700 กว่าบาท จนกระทั่งกลางดึกของวันที่ 7 แจ๊ะดำมันร้องลั่นบ้าน ไม่รู้ว่ามันเจ็บตรงที่อักเสบ หรือมันเป็นอาการของแมวติดสัสกันแน่ ช่วงเวลานั้นไม่รู้เกิดฮึดอะไรในใจขึ้นมา ก็พูดกับตัวเองว่า “เอาหละ เอาไงเอากัน พรุ่งนี้ลุย”

เช้าวันที่ 8 วันนี้ดูเหมือนจะเป็นวันที่เหมาะเจาะเกือบไปเสียทุกอย่าง วันนี้แจ๊ะดำ นอนอยู่ในบ้านไม่หนีไปไหน ป้าไม่อยู่บ้าน รถพร้อม ทุกอย่างพร้อมไปเสียทุกอย่าง ตั้งใจว่าไม่เกินเที่ยงแหละ ยังไงต้องถึงมือหมอ แต่ก็ยังไม่วายเหมือนจะมีมารมาผจญ อยู่ดีๆฟ้าก็มืดครื้ม ไม่นานหยดน้ำก็ลงมากระทบหลังคาเบาๆ คอมเจ้ากรรมดันมาโดนมดยืดไปทำรังอีก ในใจตอนนั้นก็เริ่มสองจิตสองใจ “ไปไม่ไปดีหว่า ?” จนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มเปิด รีบหยิบกระเป๋าถุงใหญ่ออกมาเร็วไว ยัดแจ๊ะดำลงไปในนั้น และรีบบีดรถออกมาในทันที

พอมาถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่รีบเคลียร์คิวหมอให้ เย็นวันนั้นท้องของแจ๊ะดำก็ได้สัมผัสมีดหมอในที่สุด ช่วงหนึ่งทุ่มติดต่อไปที่โรงพยาบาลถามไถ่อาการแจ๊ะดำ และเหมือนโทรไปยืนยันกับหมอที่เขากลัวเราจะทิ้งแมวไว้ให้เขาเลี้ยง (เรียกเก็บค่ามัดจำซะเกือบเต็มราคา) หมอบอกว่าอาการหลังผ่าตัดไม่น่าเป็นห่วง พรุ่งนี้มารับกลับบ้านได้ ตอนนั้นก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง พรุ่งนี้คงได้เห็นแจ๊ะดำเดินไปมาๆ ในบ้านแล้วหละ

อนิจจาเจ้าข้าเอยสิ่งที่เฝ้าคิดมาตลอดไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวังไว้ สภาพตอนเห็นแจ๊ะดำครั้งแรก ถูกอุ้มมาพร้อมกับกลิ่นแปลกๆ ไม่รู้เป็นกลิ่นอะไร อาจจะเป็นคาวเลือดหรือตัวยาอะไรบางอย่างที่ใช้ระหว่างผ่าตัดแหละมั้ง แจ๊ะดำดูวุ่นวายกับปลอกคอกันเลียเอาเสียมาก หันไปทางไหนก็ดูจะไม่ถนัด ความวุ่นวายมันยิ่งทวีคุณขึ้น เมื่อแจ๊ะดำถูกสั่งคุมโซน ไม่ให้เล่น หรือเดินเยอะ พอมาถึงบ้าน แจ๊ะดำเดินชนสะเปะสะปะ ปอกคอกันเลียชนโต๊ะบ้าง ชนตู้บ้าง ยิ่งไปกว่านั้นแจ๊ะดำโชว์อิทธิฤทธิ์กระโดดขึ้นช่องเพดาน เอาหละเว้ย ! ในใจตอนนั้นคิดว่ายังไงแผลก็ฉีกแน่ๆ พรุ่งนี้โดนหมอเล่นแน่ๆ ช่วงเวลานั้นวุ่นวายสุดๆในชีวิต ยิ้งไปกว่าการหาเอกสารที่เกี่ยวข้องในงานวิจัย พยายามประยุกต์ลองทำกรง จากกล่องคอม กับกล่องเสื้อผ้าที่มีอยู่ มัดเชิอกติดกันอย่างแน่หนา พอเอาแจ๊ะดำมาใส่เท่านั้นแหละ Security ของกรงที่วาดฝันไว้ก็ทลายในพริบตา แจ๊ะดำเจาะผ่านได้โดยไม่ต้องออกแรงมาก

ณ ตอนนั้นที่กักกันสุดท้าย ก็คงไม่พ้นที่นอนอันแสนสงบของเรา แจ๊ะดำถูกคุมประพฤติจนกระทั่งพ่อและแม่กลับจากทำงาน เมื่อทั้ง 2 รู้เข้าเราก็เล่าเรื่องทุกอย่างที่เราทำทั้งหมดให้ฟัง ไม่ได้โกหก แค่บางเรื่องบอกไปไม่หมดเท่านั้นเอง ตอนนั้นคิดว่ายังไงก็โดนว่าแน่ๆ แต่ทางกลับกันแววตาของทั้งสองต่างแสดงออกเหมือนกับสนับสนุน แม้สิ่งที่พูดออกมาตรงข้ามก็ตามเถอะ

เป็นความโชคดีที่ไม่ได้คาดคิดเพราะมีกรงเหล็กเก่าๆ ของลุงอยู่อันหนึ่ง ปัดกวาดเช็ดถูแจ๊ะดำก็ได้ที่อยู่ใหม่ในพริบตา จากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปได้เรื่อยๆ ไม่มีปัญหา กินข้าว ป้อนยา มาถึงจุดๆ นี้ แจ๊ะดำทำทุกอย่างได้เกือบปกติ เดิน วิ่ง ร้อง กิน และข่วนจนนิ้วบวม จะเหลือก็แต่การปรับตัวเข้ากับปอกคอเลียแผล และกรงบ้านใหม่เท่านั้นเอง แต่สิ่งที่ยังกังวลอยู่ไม่น้อยก็คงเป็นเรื่องว่ามันจะไปขับไปถ่ายยังไง? อยู่ในกรงจะถ่ายได้ไหม? แล้วถ้าวันที่ไปเรียนจะเอายังไงกับมัน? พรั่งพรูออกมาเต็มไปหมด แต่ก็ช่างเถอะมาถึงจุดนี้ก็เอาไงเอากัน คิดเสียว่ากำลังเลี้ยงลูกตัวเอง ต้องคอยปรนนิบัติ ประคบประหงมกันไปสักช่วงเวลาหนึ่ง

โดยสรุปแล้ววันแรกของการผ่าตัดถือเป็นวันที่วุ่นวายที่สุดสำหรับคนไม่มีประสบการณ์ในการพาสัตว์ไปรักษา ไม่มีการเตรียมการ คิดแค่ว่าผ่าเสร็จก็กลับมาวิ่งได้ปกติ  เกือบท้อใจเอากลับไปให้หมอดูแลแทน วันแรกยังมีเรื่องเยอะขนาดนี้ เรื่องของวันต่อไป คงต้องมาติดตามไปพร้อมๆ กันแล้วหละครับ

สวัสดี.

Jpeg Jpeg