วันแรกหลังจาก “ดำ” ผ่าตัดมดลูกอักเสบ

โพสต์ที่กำลังจะเริ่มเขียนนับตั้งแต่นี้ไป อีกช่วงระยะเวลา 1 อาทิตย์ ขอเป็นโพสต์ที่ระบายความอัดอั้นตันใจ และบันทึกเรื่องราวของการเอาแมวไปรักษาด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ดำเนินการทุกอย่างด้วยตนเองหมดตั้งแต่ค้นหาอาการ แบกใส่กระเป๋าไปหาหมอ แบกกลับมาอยู่บ้าน วิ่งหากรง กรอกยา และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วนที่กำลังจะถาโถมเข้ามา

เรื่องมันเริ่มตั้งแต่ “ดำ” บางทีก็เรียก “แจ๊ะดำ” มีหนองขุ่นๆ สีขาวๆ ออกบริเวณโคนหาง ตอนแรกเข้าใจว่าอาจเป็นหนองของแผลที่เกิดจากการที่มันไปฟัดเหวี่ยงกับแมวตัวอื่นที่ไหนมา นานวันเข้าหนองก็ยังไม่หยุดไหล สังเกตไปเห็นเข้าอีกทีปรากฏว่าจริงๆ แล้วหนองไม่ไหลจากโคนหางแต่มันไหลออกมาจากอวัยวะเพศของมันต่างหาก จากนั้นก็ลองหาข้อมูลดู เอาจริงๆ ความรู้สึกแว๊บแรกที่หน้า Google แสดงผลการค้นหามารู้สึกหนักหน่วงในดวงใจขึ้นมาทันใด มดลูกอักเสบ คือผลการค้นหาที่ใกล้เคียงกับอาการของแจ๊ะดำมากที่สุด

พอรู้เข้าเราเองก็ยังไม่กล้าพามันไปหาหมอ ก็ด้วยปัจจัยและเหตุผลหลายๆ อย่างทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย จะแบกมันไปหาหมอยังไง ในเมื่อพ่อกับแม่ทำท่าที่เหมือนไม่สนใจในสิ่งที่เรากำลังบอก เป็นช่วงเวลาประมาณเกือบอาทิตย์กว่าๆ นับตั้งแต่วันแรกที่รู้อาการของมัน

พอมาถึงจุดหนึ่งที่เราคิดว่าใครๆ ก็พึ่งไม่ได้สุดท้ายเราก็คงต้อง อัตตหิ อัตตโน นาโถ แล้วหละ ยอมเสียค่าขนมวันละ 100 เพื่อเก็บเป็นค่ารักษา ซึ่งจากการสอบถามไปยังโรงพยาบาลสัตว์หลายๆแห่ง ราคาค่าผ่าตัด+ค่ารักษา จะตกอยู่ที่ 2500 -3000 เราเก็บผอมรอมริบมาได้ 7 วัน ได้เงินมาประมาณ 700 กว่าบาท จนกระทั่งกลางดึกของวันที่ 7 แจ๊ะดำมันร้องลั่นบ้าน ไม่รู้ว่ามันเจ็บตรงที่อักเสบ หรือมันเป็นอาการของแมวติดสัสกันแน่ ช่วงเวลานั้นไม่รู้เกิดฮึดอะไรในใจขึ้นมา ก็พูดกับตัวเองว่า “เอาหละ เอาไงเอากัน พรุ่งนี้ลุย”

เช้าวันที่ 8 วันนี้ดูเหมือนจะเป็นวันที่เหมาะเจาะเกือบไปเสียทุกอย่าง วันนี้แจ๊ะดำ นอนอยู่ในบ้านไม่หนีไปไหน ป้าไม่อยู่บ้าน รถพร้อม ทุกอย่างพร้อมไปเสียทุกอย่าง ตั้งใจว่าไม่เกินเที่ยงแหละ ยังไงต้องถึงมือหมอ แต่ก็ยังไม่วายเหมือนจะมีมารมาผจญ อยู่ดีๆฟ้าก็มืดครื้ม ไม่นานหยดน้ำก็ลงมากระทบหลังคาเบาๆ คอมเจ้ากรรมดันมาโดนมดยืดไปทำรังอีก ในใจตอนนั้นก็เริ่มสองจิตสองใจ “ไปไม่ไปดีหว่า ?” จนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มเปิด รีบหยิบกระเป๋าถุงใหญ่ออกมาเร็วไว ยัดแจ๊ะดำลงไปในนั้น และรีบบีดรถออกมาในทันที

พอมาถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่รีบเคลียร์คิวหมอให้ เย็นวันนั้นท้องของแจ๊ะดำก็ได้สัมผัสมีดหมอในที่สุด ช่วงหนึ่งทุ่มติดต่อไปที่โรงพยาบาลถามไถ่อาการแจ๊ะดำ และเหมือนโทรไปยืนยันกับหมอที่เขากลัวเราจะทิ้งแมวไว้ให้เขาเลี้ยง (เรียกเก็บค่ามัดจำซะเกือบเต็มราคา) หมอบอกว่าอาการหลังผ่าตัดไม่น่าเป็นห่วง พรุ่งนี้มารับกลับบ้านได้ ตอนนั้นก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง พรุ่งนี้คงได้เห็นแจ๊ะดำเดินไปมาๆ ในบ้านแล้วหละ

อนิจจาเจ้าข้าเอยสิ่งที่เฝ้าคิดมาตลอดไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวังไว้ สภาพตอนเห็นแจ๊ะดำครั้งแรก ถูกอุ้มมาพร้อมกับกลิ่นแปลกๆ ไม่รู้เป็นกลิ่นอะไร อาจจะเป็นคาวเลือดหรือตัวยาอะไรบางอย่างที่ใช้ระหว่างผ่าตัดแหละมั้ง แจ๊ะดำดูวุ่นวายกับปลอกคอกันเลียเอาเสียมาก หันไปทางไหนก็ดูจะไม่ถนัด ความวุ่นวายมันยิ่งทวีคุณขึ้น เมื่อแจ๊ะดำถูกสั่งคุมโซน ไม่ให้เล่น หรือเดินเยอะ พอมาถึงบ้าน แจ๊ะดำเดินชนสะเปะสะปะ ปอกคอกันเลียชนโต๊ะบ้าง ชนตู้บ้าง ยิ่งไปกว่านั้นแจ๊ะดำโชว์อิทธิฤทธิ์กระโดดขึ้นช่องเพดาน เอาหละเว้ย ! ในใจตอนนั้นคิดว่ายังไงแผลก็ฉีกแน่ๆ พรุ่งนี้โดนหมอเล่นแน่ๆ ช่วงเวลานั้นวุ่นวายสุดๆในชีวิต ยิ้งไปกว่าการหาเอกสารที่เกี่ยวข้องในงานวิจัย พยายามประยุกต์ลองทำกรง จากกล่องคอม กับกล่องเสื้อผ้าที่มีอยู่ มัดเชิอกติดกันอย่างแน่หนา พอเอาแจ๊ะดำมาใส่เท่านั้นแหละ Security ของกรงที่วาดฝันไว้ก็ทลายในพริบตา แจ๊ะดำเจาะผ่านได้โดยไม่ต้องออกแรงมาก

ณ ตอนนั้นที่กักกันสุดท้าย ก็คงไม่พ้นที่นอนอันแสนสงบของเรา แจ๊ะดำถูกคุมประพฤติจนกระทั่งพ่อและแม่กลับจากทำงาน เมื่อทั้ง 2 รู้เข้าเราก็เล่าเรื่องทุกอย่างที่เราทำทั้งหมดให้ฟัง ไม่ได้โกหก แค่บางเรื่องบอกไปไม่หมดเท่านั้นเอง ตอนนั้นคิดว่ายังไงก็โดนว่าแน่ๆ แต่ทางกลับกันแววตาของทั้งสองต่างแสดงออกเหมือนกับสนับสนุน แม้สิ่งที่พูดออกมาตรงข้ามก็ตามเถอะ

เป็นความโชคดีที่ไม่ได้คาดคิดเพราะมีกรงเหล็กเก่าๆ ของลุงอยู่อันหนึ่ง ปัดกวาดเช็ดถูแจ๊ะดำก็ได้ที่อยู่ใหม่ในพริบตา จากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปได้เรื่อยๆ ไม่มีปัญหา กินข้าว ป้อนยา มาถึงจุดๆ นี้ แจ๊ะดำทำทุกอย่างได้เกือบปกติ เดิน วิ่ง ร้อง กิน และข่วนจนนิ้วบวม จะเหลือก็แต่การปรับตัวเข้ากับปอกคอเลียแผล และกรงบ้านใหม่เท่านั้นเอง แต่สิ่งที่ยังกังวลอยู่ไม่น้อยก็คงเป็นเรื่องว่ามันจะไปขับไปถ่ายยังไง? อยู่ในกรงจะถ่ายได้ไหม? แล้วถ้าวันที่ไปเรียนจะเอายังไงกับมัน? พรั่งพรูออกมาเต็มไปหมด แต่ก็ช่างเถอะมาถึงจุดนี้ก็เอาไงเอากัน คิดเสียว่ากำลังเลี้ยงลูกตัวเอง ต้องคอยปรนนิบัติ ประคบประหงมกันไปสักช่วงเวลาหนึ่ง

โดยสรุปแล้ววันแรกของการผ่าตัดถือเป็นวันที่วุ่นวายที่สุดสำหรับคนไม่มีประสบการณ์ในการพาสัตว์ไปรักษา ไม่มีการเตรียมการ คิดแค่ว่าผ่าเสร็จก็กลับมาวิ่งได้ปกติ  เกือบท้อใจเอากลับไปให้หมอดูแลแทน วันแรกยังมีเรื่องเยอะขนาดนี้ เรื่องของวันต่อไป คงต้องมาติดตามไปพร้อมๆ กันแล้วหละครับ

สวัสดี.

Jpeg Jpeg

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s