[วันที่ 16] เข้าร่วมฟังบรรยาย “การพัฒนาและทิศทางการพัฒนา Courseware” และเรียนรู้การเข้าถึงแหล่งความรู้ ว/ท

day16

วันที่ 14 พฤษภาคม 2557

เวลา 8.00 – 12.00 น.

ช่วงเช้าของวันที่ 16 ในการฝึกงานได้เข้าร่วมฟังบรรยายในหัวข้อ “การพัฒนาและทิศทางการพัฒนา Courseware” ผู้เข้าร่วมการบรรยายในครั้งนี้เป็นผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวโดยมีอาจารย์บุญเลิศ อรุณพิบูลย์ และอาจารย์เยาวลักษณ์ คนคล่อง เป็นวิทยากรในครั้งนี้

ในช่วงแรกก่อนเริ่มเข้าเนื้อหาการบรรยายได้รับความอนุเคราะห์จาก คุณกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวตอนรับและแนะนำผลงานและภารกิจด้านต่างๆ ของ สวทช. ต่อผู้เข้าฟังบรรยาย

ต่อจากนั้นอาจารย์บุญเลิศ ได้เริ่มอธิบายประสบการณ์และแนวทางการจัดทำสื่อการเรียนการสอน โดยเริ่มต้นจากการอธิบายรูปแบบของสื่อการเรียนการสอน
(Courseware) ที่ทาง สวทช. จัดทำขึ้นซึ่งส่วนใหญ่จะจัดทำขึ้นเพื่อ 2 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ กลุ่มที่เน้นการศึกษาด้วยตนเองหรือศึกษานอกระบบ (Informal) และกลุ่มนักเรียนที่มีความบกพร่องด้านร่างกาย

พัฒนาการของสื่อการเรียนการสอน  ที่ สวทช. พัฒนาขึ้น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีอยู่ 5 ช่วงได้แก่

  1. CAI เป็นสื่อการสอนทีอยู่ในรูปแบบของ Offline ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของสื่อที่เป็นสื่อเสียงหรือวิดีโอ ในช่วงแรกของการจัดทำ CAI จะถูกจัดทำขึ้นเพื่อสอนผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย
  2. Distance Learning เป็นสื่อการเรียนการสอนสำหรับโรงเรียนหรือสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกล โดยเนื้อหาที่มักจัดทำขึ้น จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของสุขภาพและการแพทย์ ซึ่งอาจารย์บุญเลิศได้ยกตัวอย่างสื่อการสอนในรูปแบบนี้เช่น ชุด CD ตรวจมะเร็งเต้านมที่มีภาษาที่ใช้ในการพากย์เป็นภาษาของแต่ละท้องที่ เพื่อให้ผู้เรียนในพื้นที่ทำความเข้าใจกับเนื้อาหาได้มากขึ้น
  3. Web-based Learning เป็นสื่อการสอนในรูปแบบของเว็บไซต์ ซึ่งเน้นเฉพาะการเพิ่มเนื้อหาเข้าไปในเว็บไซต์หรือระบบ แล้วให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาด้วยตัวเอง
  4. E-learning เป็นการจำลองระบบการเรียนการสอนแบบห้องเรียนจริงมาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน โดยสื่อการเรียนในรูปแบบนี้อาจเรียกอีกอย่างว่า LMS (Learning Management System) เช่น Moodle หรือ Learnsquare ในปัจจุบันการใช้ระบบเหล่านี้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสถาบันการศึกษาน้อยลง เพราะส่วนใหญ่หันไปใช้ LMS ที่อยู่ในรูปแบบของ Cloud Computing และหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างเนื้อหาของครูผู้สอนมากกว่า
  5. M-Learning สื่อการเรียนการสอนที่สามารถเข้าถึงด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่ผ่านแท็บเล็ต หรือมือถือ ที่กำลังเป็นที่นิยม

ในปัจุบันยังมีรูปแบบแนวทางการจัดทำสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่ เช่น Massive Open Online Course ที่เป็นการเรียนการสอนผ่านเว็บวิดีโอเครือข่ายอย่าง Youtube ทำให้สามารถรองรับผู้เรียนได้มากขึ้น แต่การเรียนการสอนในรูปแบบนี้ยังอาจมีข้อจำกัดอยู่บาง ในเรื่องของความเข้าใจ สิทธิ์ในการเผยแพร่เนื้อหา และการใช้สื่อประกอบการสอนที่อาจก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องของลิขสิทธิ์ตามมาในภายหลัง

นอกจากนี้อาจารย์บุญเลิศ ยังได้แนะนำเครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ในการสร้างสื่อการเรียนการสอนแบบ Opensource เพื่อเป็นการลดงบประมาณ และค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในช่วงของการพัฒนาและจัดทำ

ถัดมาเป็นโครงการการเรียนทางไกลผ่านดาวเทียมหรือ eDLTV มีอาจารย์เยาวลักษณ์ คนคล่อง ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักงานประสานงานโครงการตาม พระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สวทช. อธิบายถึงการก่อตั้งโครงการโดยมีสาเหตุมาจากปัญหาหลักได้แก่ โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีสื่อการเรียนการสอนที่มีคุณภาพหรือขาดครูผู้สอนที่สามารถถ่ายทอดเนื่อหาให้แก่ผู้เรียนอย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงได้ทำการบันทึกสื่อการเรียนการสอนในเนื้อหาวิชาต่างๆ ในแต่ละระดับชั้นวิชาตั้งแต่ ปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ แล้วเผยแพร่ไปยังพื้นที่ห่างไกลเหล่านั้นด้วยวิธีการต่างๆ ได้แก่

  • ในรูปแบบ Online มีการเผยแพร่วิดีโอและสื่อการเรียนการสอนผ่านเว็บไซต์ ้http://www.edltv.net
  • ในรูปแบบ Offline เผยแพร่โดยการคัดลอกไฟล์สื่อการเรียนการสอนลงใน External Hard-disk และส่งไปยังโรงเรียนต่าง มีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ เป็นเครือข่ายที่คอยให้ความช่วยเหลือ

ในช่วงเวลาที่เหลือเป็นการแลกเปลี่ยนและพูดคุยและปรึกษาระหว่างวิทยากรและคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาและกีฬา สปป. ลาว โดยปัญหาการจัดทำสื่อการเรียนการสอนที่ทาง สปป. ลาว กำลังต้องการความคิดเห็นจาก สวทช. คือแนวทางในการจัดทำสื่อการเรียนการสอน หรือ Courseware ให้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงผู้เรียนได้อย่างแท้จริง ซึ่งในปัจจุบันข้อจำกัดของการจัดทำอยู่ที่ครูผู้สอนมีความรู้ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์น้อย การจัดทำสื่อการเรียนการสอนด้วยคอมพิวเตอร์จึงเป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้นจึงต้องการความร่วมมือด้านวิทยากรในการสอนการใช้งานซอฟต์แวร์และเนื้อหาของสื่อการเรียนการสอนที่จำเป็น เพื่อใช้เป็นแนวในการจัดทำและพัฒนา

ทางออกการแก้ไขปัญหาที่ถูกพูดถึงขึ้นในระหว่างการบรรยาย คือการใช้เทคนิคการสร้างสื่อการเรียนการสอนโดยใช้ครู และนักเรียนในการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนร่วมกัน เพื่อให้รูปแบบของสื่อ เช่น ภาพการ์ตูน สี หรือรายละเอียดอื่นๆ ตรงกับความสนใจของนักเรียนมากขึ้น หรือการบันทึกสื่อการเรียนการสอนจากอาจารย์ที่มีชื่อเสียง ที่มีเทคนิคการสอนที่สนุกและเข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้เรียนสามารถซึมซับเนื้อหาวิชาที่เรียนได้ง่ายมากขึ้น เป็นต้น

เวลา 13.00 – 17.00 น.

ในช่วงบ่ายเป็นการเรียนรู้ในเรื่องแหล่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีพี่ทิพย์รัตน์ เป็นผู้บรรยายในหัวข้อนี้ โดยพี่ทิพย์รัตน์ ยกตัวอย่างวารสารทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3 ชื่อเรื่องประกอบด้วย Nature, Science, Scientific American แต่ละเล่มมีจุดเด่นและส่วนที่สำคัญดังต่อไปนี้

1, วารสาร Nature

  • เป็นวารสารรายสัปดาห์ เนื้อหาเกี่ยวข้องกับงานวิจัยระดับโลก
  • ประกอบไปด้วยส่วนหลัก ได้แก่
    1. บทบรรณาธิการ
    2. ข่าวประจำสัปดาห์ (News in focus)
    3. บทวิจารณ์หนังสือ (Comment and Art)
    4. ส่วนบทความการวิจัย แบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ บทความงานวิจัยที่ผู้แต่งพูดถึงงานวิจัยอื่นที่ไม่ใช่ของตน และบทความวิจัยที่นำเสนอโดยผู้ทำวิจัยเอง ซึ่งบทความประเภทที่ 2 จะมีเนื้อหา และขั้นตอนการวิจัยที่ละเอียดมาก จนผู้อ่านสามารถทำการวิจัยได้ผลการวัจัยออกมาเหมือนกับบทความที่นำเสนอ
    5. โฆษณาอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิจัยและทดลอง
  • สามารถอ่านวารสารฉบับเต็มในรูปแบบออนไลน์ได้ฟรีผ่าน URL http://www.nature.com/nature/index.html

2. วารสาร Science

  • เป็นวารสารรายสัปดาห์
  • ประกอบไปด้วยส่วนหลัก ได้แก่
    1. บทบรรณาธิการ
    2. ข่าวประจำสัปดาห์ (News in focus)
    3. Perspective – บทความงานวิจัยที่ผู้แต่งพูดถึงงานวิจัยอื่นที่ไม่ใช่ของตน
    4. Report – บทความวิจัยที่นำเสนอโดยผู้ทำวิจัย
  • สามารถอ่านวารสารในรูปแบบออนไลน์ผ่าน URL http://www.sciencemag.org/ โดยมีค่าใช้จ่ายในการเข้าอ่าน

3. วารสาร Scientific American

  • เป็นวารสารรายเดือน
  • ประกอบไปด้วยส่วนหลัก ได้แก่
    1. บทบรรณาธิการ
    2. Feature – บทความงานวิจัยที่ถูกนำเสนอโดยนักวิจัย มีเนื่อหาที่ยาวมากๆ แต่ไม่ละเอียดเท่า Nature และ Science
  • สามารถอ่านวารสารในรูปแบบออนไลน์ผ่าน URL http://www.scientificamerican.com/magazine/sa/โดยมีค่าใช้จ่ายในการเข้าอ่าน

นอกจากนี้พี่ทิพย์รัตน์ ยังได้พูดถึงการแปลบทความทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยได้อธิบายถึงเทคนิคและวิธีการดังต่อไปนี้

หลักการการแปลบทความทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

  1. อ่านบทความให้เข้าใจก่อนแปล
  2. การแปลจะต้องเรียบเรียงให้เป็นภาษาที่สละสลวย อ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย
  3. ตรวจสอบความถูกต้องในการแปล

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการแปล

  1. ไม่แปลคำว่า It ที่ขึ้นต้นประโยค
  2. ประโยคที่อยู่ในรูป Passive voice หากมีความหมายของประธานที่ถูกกระทำกลางๆ ไม่ดีไม่ร้าย ให้แปลเป็นกลางๆ แต่หากความหมายในเชิงบวกให้กริยาที่ประธานถูกกระทำเป็น ได้รับ และหากมีความหมายในเชิงลบ ให้ใช้กริยาของผู้ถูกกระทำเป็น ถูก
  3. ประโยคที่อยู่รูปแบบของกาลเวลา จะใช้คำบอกเวลา
  4. Adj. Clause แปลไทยเป็น ที่, ซึ่ง
  5. ประโยคที่เป็น Compound Noun หรือ Compound Adjectives ให้แปลจากคำหลังมาหน้าตามลำดับ
  6. ประโยคที่มีความหมายหลายอย่าง อ่านให้เข้าใจแล้วค่อยแปล
  7. พิจาณาบางประโยคซึ่งอาจมี Verb+ Prepostition
  8. ไม่ต้องแปลคำเฉพาะ เช่นชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์
  9. the ชี้เฉพาะเจาะจง และ a ไม่ชีเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง
  10. คำไหนที่ไม่แน่ใจให้แปล แล้ววงเล็บคำภาษาอังกฤษไว้ด้านหลัง

ความคิดเห็นที่มีต่อการฝึกงานในวันนี้

การฝึกงานในวันนี้ช่วงเช้าถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่าอีกประสบการณ์หนึ่ง เพราะการได้เข้าไปฟังการแลกเปลี่ยน พูดคุยกันระหว่างทีมพัฒนาสื่อการสอนของ สวทช. และ คณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป. ลาว ทำให้ได้เห็นมุมมองและแนวทางการพัฒนาสื่อ โดยเทคนิคบางอย่าง เช่นการศึกษาผู้ใช้สื่ออย่างละเอียดก่อนพัฒนา ความสำคัญของการพัฒนาเนื้อหา และการสร้างความร่วมมือในการแบ่งปันองค์ความรู้ระหว่างองค์กร สิ่งเหล่านี้เองจะทำให้สื่อการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นมานั้นเกิดคุณค่าต่อผู้เรียนได้มากที่สุด

ในช่วงบ่ายการทำความเข้าใจกับเทคนิคการแปลบทความทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทักษะสำคัญที่ผู้แปลต้อมีคิอความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่อาจถึงขั้นระดับสูง เพราะศัพท์บางคำความหมายในบริบททั่วไปกับบริบททางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังจะต้องมีทักษะทางด้านภาษาที่จะต้องเรียงร้อยถ้อยประโยคให้อยู่ในฉบับภาษาไทย ให้อ่านง่าย และผู้อ่านเข้าใจในเนื้อความที่แท้จริง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s