[วันที่ 7] เรียนรู้การจัดหาทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ (e-Resource) และการเพิ่ม Watermark ในไฟล์ PDF

day7

วันที่ 25 เมษายน 2557

เวลา 8.00 – 12.00 น.

กิจกรรมการฝึกงานในเช้าวันที่ 7 เป็นการเรียนรู้การจัดหาทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ของห้องสมุดผ่ายบริการความรู้ ฯ โดยพี่พรพรรณ บุญยะทิม (วิทยากร) ซึ่งทำหน้าที่หลักในด้านนี้ พี่พรพรรณอธิบายถึงวิธีการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้แก่การบอกรับฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของ สวทช. ว่าการจัดหาฐานข้อมูลในแต่ละฐานจะถูกพิจารณาโดยคณะทำงานจัดหาสารสนเทศวิชาการ สวทช. โดยพิจารณาฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเป็นประโยชน์แก่หน่วยงานวิจัยต่างๆ ของสวทช. ในปัจจุบันนั้นมีฐานข้อมูลที่ถูกบอกรับจำนวนทั้งสิ้น 9 ฐานข้อมูลได้แก่

  1. IEEE/IET Electronic Library (IEL)
  2. Web of Science
  3. SpringerLink
  4. ScienceDirect
  5. Scopus
  6. American Chemical Society (ACS)
  7. ACM (Association for Computing Machinery)
  8. Thomson Innovation (Patent)
  9. BOL (Business online)

ฐานข้อมูลในลำดับที่ 1-6 เป็นการบอกรับในรูปแบบ IP-Site-License โดยผู้ใช้หรือนักวิจัยสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลต่างๆ ได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตภายใน บริเวณพื้นที่ของสวทช. และเข้าถึงผ่านเครือข่าย VPN ของ สวทช. ในกรณีที่ผู้ใช้หรือนักวิจัยอยู่นอกบริเวณพื้นที่ของ สวทช. ผ่าน URL

สก. ศจ. : https://ssl.nstda.or.th
ศน. : https://ssl.nstda.or.th/nanotec
ศอ. : https://secure-vpn.nectec.or.th
ศช. : https://vpnstaff.biotec.or.th/staff
ศว. : http://www.mtec.or.th/intranet

ฐานข้อมูลในลำดับที่ 7-9 เป็นฐานข้อมูลที่บอกรับแบบ Individual โดยการบอกรับในลักษณะนี้จะเป็นการบอกรับฐานข้อมูลในบางฐานที่มีความจำเป็นต้องใช้งาน แต่มีจำนวนการเข้าใช้งานน้อยหรือใช้เฉพาะนักวิจัยบางกลุ่มเท่านั้น ซึ่งการบอกรับเป็นรายปีจะทำให้เป็นการสูญเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นจึงเปลี่ยนมาเป็นให้ตัวแทนหรือนักวิจัยคนใดคนหนึ่งเป็นผู้บอกรับ และถ้าหากนักวิจัยคนอื่นๆ ต้องการใช้งานจะต้องติดต่อกับนักวิจัยผู้บอกรับ หรือติดต่อผ่านห้องสมุด เพื่อรับ Username และ Password เข้าใช้งานฐานข้อมูล การบอกรับในรูปแบบนี้มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. เลือกฐานข้อมูลและนักวิจัยที่เป็นตัวแทนในการบอกรับ
  2. นักวัจัยทำการติดต่อกับผู้ให้บริการในฐานข้อมูล โดยได้รับความช่วยเหลือจากพี่ใหญ่ รังสิมา และพี่พรพรรณ ที่ทำหน้าที่ในการดูแลเรื่องการบอกรับ e-Resource
  3. เมื่อลงทะเบียนได้รับ Username และ Password แล้วทั้งนักวิจัยตัวแทนและห้องสมุดจะเก็บข้อมูลการใช้งานไว้เพื่อจัดเตรียมให้แก่นักวิจัยอื่นๆ ที่ต้องการใช้งาน
  4. ในขั้นตอนของการชำระเงิน หากนักวิจัยตัวแทนสามารถสั่งจ่ายได้ผ่านบัตรเครดิต นักวิจัยท่านนั้นสามารถสั่งจ่ายค่าใช้จ่ายในฐานข้อมูลได้ก่อน และห้องสมุดจะเป็นดำเนินการขอเบิกจากฝ่ายการเงิน และจ่ายคืนให้แก่นักวิจัยตัวแทน หรือหากนักวิจัยจะสั่งจ่ายด้วยวิธีอื่นๆ เช่นการโอน ห้องสมุดจะทำการขอเบิกจากผ่ายการเงิน  และมอบให้นักวิจัยตัวแทนนำไปชำระค่าใช้บริการฐานข้อมูลที่บอกรับ

นอกจากฐานข้อมูลบอกรับด้วยตัวเงินแล้ว ห้องสมุดยังมีการให้บริการฐานข้อมูลวารสารแบบ Open Access ที่สามารถเข้าใช้งานได้ฟรี และอิสระ ซึ่งการรวบรวมฐานข้อมูลในรูปแบบ OA นั้นได้มาจากการแบ่งปันจากในวิจัยในสาขาต่างๆ และให้ห้องสมุดรวบรวม URL ของฐานข้อมูลต่างๆ ไว้บนเว็บไซต์ของ STKS ผ่านทาง http://www.stks.or.th/th/stks-activities/1819-e-journals.html พี่พรพรรณ ยังเสริมว่าในอนาคตหากงบประมาณในการจัดหาฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์น้อยลง ฐานข้อมูลในรูปแบบ OA จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับนักวิจัย เพื่อให้ทดแทนฐานข้อมูลที่บอกรับในปัจจุบัน

การบอกรับฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ดังนั้นบรรณารักษ์ที่ดูแลเรื่องการบอกรับจะต้องการสรุปและรายงานการใช้งานฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ต่อผู้บริหาร และเพื่อเป็นการพิจารณางบประมาณเพื่อบอกรับในครั้งต่อไป พี่พรพรรณแสดงให้เห็นถึงตารางที่เก็บสถิติการใช้งานฐานข้อมูลแต่ละฐานให้ดู การเก็บข้อมูลนั้นจะถูกนำมาจากตัวเลขการใช้งานแต่ละส่วนของแต่ละฐาน และสรุปลงในตารางการบันทึกสถิติที่จัดเตรียมไว้ นอกจากนี้ในฐานข้อมูลบางฐานอาทิ Scopus และ ScienceDirect มีคุณสมบัติที่สามารถแสดงจำนวนงานวิจัยของ สวทช. ที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร โดยจำนวนของวารสาร และจำนวนการถูกอ้างอิงในงานวิจัย จะถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานเสนอต่อคณะผู้บริหาร เพื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของแต่ละหน่วยงานย่อยของ สวทช. และจัดลำดับเปรียบเทียบกับหน่วยงานทางวิชาการอื่นๆ อีกด้วย อย่างไรก็ตามพี่พรรณ กล่าวว่า การสรุปจากตัวเลขที่ได้จากฐานข้อมูลนั้นมีความละเอียดอ่อนพอสมควร บรรณารักษ์ที่ทำหน้าที่ไม่ควรด่วนสรุปรายงานที่ได้จากฐานข้อมูล ควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและอธิบายรายละเอียดของการนำเสนอแต่ละส่วนด้วยเหตุผลที่เป็นไปได้และชัดเจนต่อผู้บริหาร

เวลา 13.00 – 17.00 น.

ในช่วงบ่ายของวัน ภาระง่านที่ได้รับมอบหมายเป็นการทำลายน้ำของ e-book ที่ผ่านการสแกน และรวมเป็นไฟล์ PDF โดยมีพี่อิ๊ด รัตนา ห้วยหงษ์ทอง (วิทยากร) เป็นผู้สอนการทำลายน้ำ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. ไปยังเมนุ Tool >Page > Watermark เลือก Add Watermark 

2. ในหน้าต่าง Add Watermark เพิ่มข้อความสงวนสิทธิ์การเข้าใช้งานในช่อง Text  เลือกใช้ฟอนต์ Browallia UPC ขนาดฟอนต์ 20-30 px ปรับค่าการหมุนประมาณ 45 องศา และค่า Opacity อยู่ระหว่าง 30-40

3. กด OK เพื่อเสร็จสิ้นการทำลายน้ำ

ในกรณีที่ต้องการแก้ไขและลบลายน้ำ ให้ไปยัง เมนู Tool > Page > Watermark เลือก Update เพื่อแก้ไขลายน้ำ และ Remove เพื่อลบลายน้ำ

4. หลังจากแทรก Watermark แล้วในส่วนท้ายของ E-book จะมีต้องมีการแทรกหน้าประกาศสิทธิ์การนำไปใช้งาน เริ่มต้นให้คลิกที่ปุ่ม Page ไปยังแท็บเมนูซ้ายมือ

5. คลิกขวาไฟล์ ในตำแหน่งที่ต้องการแทรก เลือก Insert Pages > From File

6. เลือกไฟล์ประกาศสิทธิ์การใช้งานที่เตรียมไว้ จากนั้นจะปรากฏหน้าต่าง Insert Pages ให้เลือกตำแหน่งที่ต้องการแทรกหน้าประกาศสิทธิ์ และกดปุ่ม OK

เพิ่มเติม

เอกสารแนะนำการใช้งานฐานข้อมูลที่ สวทช. บอกรับ


ความคิดเห็นที่มีต่อการฝึกงานในวันนี้

ในช่วงเช้าของวันนี้เป็นการเรียนรู้ต่อเนื่องจากวันที่ 6 ในเรื่องของฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งที่เรียนรู้เพิ่มเติมคือเรื่องของการจัดหา และการสรุปข้อมูลการใช้งานฐานข้อมูลเพื่อเสนอต่อผู้บริหารในการพิจารณา เท่าที่สังเกตเห็นในงานทีพี่พรพรรณรับผิดชอบ จะมีส่วนของวิเคราห์และนำเสนอข้อมูลด้วยสถิติ มีการนำเสนอในรูปแบบของกราฟ และตารางข้อมูลเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ และที่สำคัญสิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้คือ การพิจารณาข้อมูลเพื่อเสนอเป็นรายงานนั้นควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนที่สุด เพราะข้อมูลที่ได้รับมานั้นอาจไม่ตรงตามความเป็นจริง

ปัญหาของการทำงานที่แท้จริงเกิดขึ้นในตอนบ่ายของวัน ไฟล์ PDF ที่เพิ่ม  Bookmark เสร็จแล้วทั้งสองเล่มในวันที่ 6 ไม่สามารถเปิดเพื่อเพิ่มลายน้ำได้ 1 ไฟล์ โดยสาเหตุของปัญหาอาจจะมาจากการโอนถ่ายไฟล์ระหว่าง Drive ไม่สมบูรณ์ทำไห้ไฟล์เกิดข้อผิดพลาดและไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ทางแก้ปัญหาที่ที่สุดคือเริ่มทำ Bookmark ใหม่อีกครั้ง แต่การทำรวดเร็วขึ้น เพราะมีการสำรองข้อมูลที Bookmark ที่พิมพ์ไว้ก่อนหน้าทำให้ช่วยลดขั้นตอนและเวลาลงไปได้มาก จากปัญหาดังกล่าวเมื่อนำไปพิจาณากับวิธีการแก้ไปปัญหาที่เคยเสนอให้เผยแพร่ E-book ที่ทำเสร็จแล้วในรูปแบบ Web-based ซึ่งจะช่วยลดปัญหาไฟล์เสียตอนทำ Bookmark ถึงแม้ว่ากรณีแบบนี้จะไม่เคยเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นไม่บ่อยก็ตาม และเมื่อมีการแยกส่วน Bookmark ยังจะช่วยให้เกิดประโยชน์ในกรณีที่ต้องการค้นหาด้วยคำค้นที่ปรากฏใน Bookmark เมื่อมีจำนวน E-book เพิ่มมากขึ้นในอนาคต หรือในกรณีที่มีการตีพิมพ์หนังสือเล่มเดิมแต่มีการเพิ่มเนื้อใหม่เข้าไปอีกบางส่วน หากจะทำ Bookmark ของหนังสือเล่มนั้นไม่จำเป็นต้องทำขึ้นมาใหม่อีก แต่ทำซ้ำ (Duplicate) จากอันเดิมและเพิ่มเติม Bookmark ใหม่เข้าไป เป็นต้น

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s