[วันที่ 6] ทำ Bookmark ไฟล์ E-book และเรียนรู้เทคนิคการค้นหาในฐานข้อมูล

day6

วันที่ 24 เมษายน 2557

เวลา 8.00 – 12.00 น.

กิจกรรมของเช้าวันที่ 6 ของการฝึกงานเป็นงานที่สืบเนื่องมาจากวันที่ 5 โดยการนำ ไฟล์ PDF ที่ผ่านขั้นตอนการสแกนโดยเครื่อง BookDrive DIY และไฟล์หน้าหนังสือทั้งหมดถูกนำมารวมกันไว้ในไฟล์เดียว ขั้นตอนที่ต้องทำต่อจากนี้คือการใส่ Bookmark ของเนื้อหาแต่ละบทเพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าถึงเนื้อหาในแต่ละส่วนได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยการเพิ่ม Bookmark นั้นสามารถทำได้ผ่านซอฟต์แวร์สำหรับการอ่าน PDF โดยทั่วไป ที่มีคุณสมบัติในการแก้ไขข้อมูลของไฟล์ PDF ซึ่งซอฟต์แวร์ที่ใช้ทดสอบในการเพิ่มได้แก่ Adobe Reader Pro, Foxit Reader

ขั้นตอนการเพิ่ม Bookmark ในซอฟต์แวร์ทั้งสองนั้นมีขั้นตอน และลักษณะการทำงานที่คล้ายกัน โดยเมื่อเปิดไฟล์ PDF ของ E-book ขึ้นมา แท็บเมนูด้านซ้ายมือ จะปรากฏปุ่มเมนูรูปริบบิ้น และเมื่อขยายออกมาแล้วนั้นจะมีแท็บช่องว่างสีขาวปรากฏขึ้น และเริ่มขั้นตอนของการเพิ่ม Bookmark ดังต่อไปนี้

1. เลื่อนหน้า E-book ไปยังหน้าที่ต้องการทำ Bookmark ซึ่งเป็นหน้าปัจจุบันที่กำลังแสดงผลอยู่

2. คลิกปุ่มเมนู Add new bookmark (ดังรูปด้านล่าง)

bookmark1

3. พิมพ์ชื่อ  Bookmark ของหน้านั้นๆ โดยอาจอ้างอิงจากหัวข้อหลักหรือส่วนที่สำคัญภายในหน้านั้นๆ

4. คลิกขวา Bookmark ใหม่ที่สร้างขึ้นมา กดเลือก Set Destination

bookmark2

เมื่อมีการคลิกที่ Bookmark ที่สร้างขึ้นซอฟต์แวร์อ่าน PDF จะเปิดหน้าเนื้อหาของ Bookmark นั้นมาแสดงต่อผู้ใช้งาน

5. ในกรณีที่มีหัวข้อย่อยลงมาให้ ให้ทำการสร้าง Bookmark โดยวิธีเดิม หลังจากกำหนดชื่อ Bookmark เสร็จ ให้ทำการลากวาง (Drag&Drop) ชื่อ Bookmark ไปยังภายใต้ Bookmark ที่ต้องการเพิ่มหัวข้อย่อย

bookmark3

E-book ที่เสร็จสิ้นจากขั้นตอนนี้จะถูกนำไปใส่ลายน้ำ (Watermark) เพื่อระบุการสิทธิ์การเข้าใช้งานสำหรับผู้ใช้ที่ร้องขอและให้ใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่ร้องขอเท่านั้น การนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่นอกเหนือจากที่กำหนด ความเสียหายที่เกิดขึ้นตามมาผู้ขอใช้บริการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

เวลา 12.00 – 17.00 น.

ในช่วงบ่ายของวันนี้เป็นการเรียนรู้เทคนิคและความเป็นมาของการใช้งานฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น โดยมีพี่ใหญ่ รังสิมา ได้อธิบายถึงความเป็นมาของการใช้ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของฝ่ายบริการความรู้ฯ ว่า ก่อนจะเป็นฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีเช่นในปัจจุบัน แรกเริ่มเดิมทีมีต้นกำเนิดมาจาก TIAC Technical Information Access Center: ศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยี ได้รับความร่วมมือและความช่วยเหลือจากองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการสืบค้นฐานข้อมูลออนไลน์จากต่างประเทศซึ่ง ณ เวลานั้นการเข้าถึงสารสนเทศในรูปแบบนี้ยังถือเป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับวงการห้องสมุดของประเทศไทย

ศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยีได้บอกรับฐานข้อมูล Dialog ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศชั้นทุตยภูมิ เช่นบทคัดย่อ สารสังเขป ฯ เพื่อเป็นแหล่งชี้ไปยังสารสนเทศต้นฉบับ พี่ใหญ๋ รังสิมา กล่าวว่าการเข้าถึงฐานข้อมูลในสมัยนั้นแตกต่างไปจากการเข้าถึงในบุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก ส่วนติดต่อผู้ใช้ (User Interface) ในสมัยนั้นยังเป็นแบบ Command Line ที่รับคำสั่งจากผู้ใช้โดยการพิมพ์คำสั่งเฉพาะเข้าไป การกำหนดคำคันเพื่อใช้สำหรับการค้นหาจะต้องมีการวางแผนไว้ก่อนล่วงหน้าว่าควรใช้คำไหนในการค้น มีคำค้นที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่ต้องการค้นหากี่คำ แต่ละคำควรเชื่อมโยงด้วย  Boolean แบบ AND, OR หรือ NOT บรรณารักษ์ผู้ทำการสืบค้นจะต้องเรียนรู้การใช้แต่ละฐานข้อมูลอย่างละเอียด เรียนรู้ในการเข้าถึงและดึงข้อมูลในแต่ละเขตข้อมูล จากคู่มือหรือ Bluesheet ที่เจ้าของฐานข้อมูลจัดทำขึ้น รวมไปถึงผลลัพธ์ของการค้นหาที่ได้ในแต่ละครั้งจะออกมาในการประมวลผลแบบทีเป็นช่วงข้อมูล บรรณารักษ์หรือผู้ที่การค้นหาจะต้องรวบรวมข้อมูลเหล่านั้นก่อนวิเคราะห์ออกมาเป็นผลลัพธ์ของการค้นหาที่แท้จริง

นอกจากนี้ค่าบริการที่ใช้การเข้าถึงฐานข้อมูลในช่วงเวลานั้น จะเป็นการคิดค่าบริการตามการใช้งาน โดยระบบจะเริ่มคำนวณค่าเข้าใช้บริการเมื่อมีการค้นหาและเข้าถึงฐานข้อมูล ในระหว่างการใช้งานบรรณารักษ์สามารถตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และเมื่อครบกำหนดชำระจะมีใบเรียกเก็บค่าใช้บริการ เพื่อเก็บค่าใช้บริการการเข้าถึงฐานข้อมูลตามช่วงระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้

จนถึงในปัจจุบันที่ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ส่วนติดตต่อผู้ใช้เปลี่ยนเป็นแบบ GUI (Graphic User Interface) ผู้ใช้เรียนรู้การเข้าใช้งานฐานข้อมูลต่างๆ ด้วยพฤติกรรมการเรียนรู้ที่คุ้นชิน ทำให้การใช้งานส่วนต่างๆ ง่ายขึ้น และเรียนรู้เพิ่มเติมขึ้นอีกเพียงเล็กน้อย พี่ใหญ่ ได้สาธิตตัวอย่างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ 2 ฐานข้อมูลที่ สวทช. บอกรับได้แก่ Scopus และ ScienceDirect โดยการทดสอบค้นหาข้อมูล การเบราซ์ (Browse) ข้อมูล และอธิบายถึงคุณสมบัติบางอย่างในหน้าผลลัพธ์การค้นหาข้อมูล อาทิ การจัดกลุ่มของข้อมูล การเลือกรูปแบบการจัดเรียงข้อมูล เป็นต้น นอกจากนี้ยังสาธิตเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยเกี่ยวกับฐานข้อมูล Thomson Innovation ซึ่งเป็นฐานข้อมูลด้านสิทธิบัตร และในวันจันทร์ที่ 28 เมษายน จะมีวิทยากรจาก SCG มาสอนการใช้งานฐานข้อมูลนี้ แก่บรรณารักษ์ เจ้าหน้าที่ห้องสมุดและนักวิจัยของ สวทช. อีกด้วย


ความคิดเห็นที่มีต่อการฝึกงานในวันนี้

การฝึกงานในวันนี้มุ่งความสนใจหลักไปในส่วนของภาคบ่ายของวัน เพราะเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ สวทช. บอกรับ ความน่าสนใจอยู่ที่สิงที่ พี่ใหญ่ อธิบายให้เห็นถึงการเข้าใช้งานฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงที่หน่วยงานยังเป็น TIAC ทำให้เห็นว่าบรรณารักษ์ที่สามารถใช้งานฐานข้อมูลในช่วงเวลานั้นได้อย่างชำนาญจะเป็นบรรณารักษ์ที่มีทักษะทั้งในการค้นหา และความสามารถด้านเทคโนโลยีอยู่มากพอสมควร คำสั่งต่างๆ ที่ใช้ในการค้นหาที่พี่ใหญ่แสดงให้ดูนั้น อาจจะคล้ายกับการเขียนโปรแกรมเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้เมื่อได้เห็นถึงความยากลำบากของการเข้าถึงข้อมูลในยุคอดีตที่อินเทอร์เน็ตสมัยนั้นยังเชื่อมต่อผ่านโมเด็มทำให้รู้สึกขึ้นว่าตัวเองโชคดีเหลือเกิน ที่อยู่ในช่วงเวลาที่การเข้าถึงข้อมูลสามารถทำได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้ว และในอดีตอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า พลวัตของเทคโนโลยีอาจจะทำให้การเข้าถึงฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ง่ายขึ้นไปยิ่งกว่าเดิม ภาพที่คนในอนาคตมองกลับมา การเข้าถึงแหล่งข้อมูลในยุคปัจจุบันที่เรามองว่าง่าย อาจเป็นเรื่องที่ยุ่งยากสำหรับคนในอนาคตก็เป็นได้

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s